ลิโอเนล เมสซิ

ลิโอเนล เมสซิ ประวัติ ของสุดยอดนักเตะ

ลิโอเนล เมสซิ สุดยอดนักฟุตบอล ของทศวรรษนี้

ลิโอเนล เมสซิ สวัสดีทุกท่านวันนี้ มาพบกับประวัตินักฟุตบอล ที่เป็นขวัญใจหลาย ๆ คนทั่วโลกทั้งในอดีต และปัจจุบันเราจึงสอบถาม ค้นหา และศึกษาข้อมูลต่าง ๆ จากหลาย ๆ ที่มารวมไว้ที่นี่ ที่เดียวให้ทุกคนได้อ่าน และเพลิดเพลิน กันอย่างเต็มที่ ถึงประวัตินักฟุตบอลท่านนี้ ลีโอเนล เมสซี่ เราจะได้รู้เกี่ยวกับ ประวัติตั้งแต่เด็ก จนถึงปัจจุบัน นักเตะฝีมือ ที่เทียบใครไม่ได้

เป็นนักเตะที่เทพ ที่สุดที่ใครหลาย ๆ คนต่างตีว่า เป็นนักเตะมาจากนอกโลก ฝีมือและสีเท้าของเขา เทียบเท่าใครไม่ได้ โดยนักเตะคนนี้ มีความคล้ายคลึง กับเสือเตี้ย หรือ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตั้งแต่เสือเตี้ยหรือ ดีเอโก้ มาราโดน่า

นักเตะฝีมือเทพ ตลอดกาลของ อาเจนติน่าได้เสียชีวิตลง ก็มีนักเตะเทพ หลายท่าน ที่เป็นสายเลือดใหม่ มากมายแต่ไม่มีใครเลย ที่จะถูกเปรียบเทียบว่าเป็นนักเตะ ที่คล้ายคลึง กับ ดีเอโก้ มาราโดน่า จนได้มาพบกับตัวตายตัวแทน ที่แท้จริง

นักเตะ ลูกหนังฝีมือเทพ เจ้าหนูมหัศจรรย์ ลีโนเนล อันเดรส เมสซี่ หรือ Messi นั่นเอง เมสซี่เป็นหนุ่มที่เกิดในแคว้นซานตาเฟ่ที่เมืองโรซาริโอประเทศอาร์เจนติน่าเจ้าหนุ่มน้อยมหัศจรรย์คนนี้เริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

ลิโอเนล เมสซิ

 

โดยเริ่มเตะฟุตบอล กับสโมสรที่ชื่อว่า กรานโดลี  โดยมีพ่อเป็นโค้ชให้ ต่อเนื่องมาถึงในปี 1995 เลียวเนลเมสซี ได้เลื่อนขั้นไปอยู่ในสโมสร ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่าง นิวเวลล์ โอลด์ บอยส์ เพื่อเรียนรู้วิชาลูกหนัง ที่เข้มข้นมากกว่าเดิม และยิ่งไปกว่านั้น

เมื่อได้ย้ายมาสู่ นิวเวลล์ โอลด์ บอยส์ สโมสรของ อาร์เจนตินา ในลีกที่ระดับสูงสุด ในขณะนั้นเส้นทางชีวิต ของนักเตะมหัศจรรย์คนนี้กำลังราบรื่น และไปได้สวย และค่อย ๆ มีโอกาสที่จะพัฒนาฝีมือ โดยการไต่เต้า ไปสู่ทีมใหญ่ ได้ในอนาคต

ลิโอเนล เมสซิ ชะตากรรมที่ เมสซี ต้องพบทำให้เส้นทางสู่ความมืดมน

โดยมีการแข่งขัน เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยในขณะนั้นเอง Messi ประสบกับตากรรม ที่ต้องเล่นตลกกับตัวเอง เมื่อร่างกายของเค้าพบกับปัญหา ในการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นของเค้า ตัวใหญ่กว่าเขามากกว่าถึง 2 เท่า

เมื่อร่างกายที่เล็กเกินกว่า เพื่อนร่วมรุ่น พัฒนาการของ ลีโอเนล เมสซี่ จึงเป็นปัญหา ในการเล่นฟุตบอล เดือดร้อนถึงพ่อ ที่รู้สึกว่าลูกชายของตัวเองนั้น ตัวเล็กกว่าคนอื่น หรือเพื่อนร่วมรุ่น จึงทำการตรวจ และพบว่า ลิโอเนล เมสซี่ ขาดการพัฒนาการ ทางด้านร่างกาย

เนื่องจากมีฮอร์โมนบางชนิด ในร่างกายไม่สร้าง หรือขาดหายไป ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกาย ของเขานั้นช้า หรืออาจจะไม่เป็นปกติ และด้วยค่ารักษาพยาบาล ที่มากเกินกว่าครอบครัว Messi จะรับได้

ลิโอเนล เมสซิ

เพราะพ่อของเขานั้น ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในการรักษาครั้งนี้ได้ ทำให้ครอบครัวนี้หมดหนทาง และมืดมน และไม่นานมานั้น ก็พบทางสว่างเพราะว่า กาเลส เลซัด  ผู้อำนวยการทางการกีฬาของทีมบาร์เซโลน่า ที่ได้เห็นพรสวรรค์ของหนูน้อยคนนี้

และจับตามองมานาน เกิดความประทับใจ กับฝีเท้าของเค้าพี่มีศักยภาพมากมายอยู่ในตัว กาเลส เลซัด จึงได้ดีล และทำข้อเสนอกับครอบครัวว่าจะยินดี รักษาการเจริญเติบโต ที่ผิดปกติของเมสซี่ โดยเงื่อนไขของสัญญานั่นก็คือ

เมสซี่จะต้องไปอยู่สเปนครอบครัวของเขาจึงตัดสินใจ ย้ายสำมะโนครัวทั้งครอบครัว ไปอยู่ประเทศสเปน พรสวรรค์และฝีมือการเตะลูกหนัง ของเมสซี่นั้นทำให้เมสซี่ ได้เป็นที่จับตามองของแมวมองลูกหนัง และค่อย ๆ ก้าวเป็นดาวเด่นของ บาร์เซโลน่า

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ถูกดันขึ้นในทีม บาร์เซโลน่า ทีม B ภายในระยะเวลาไม่นาน กราฟชีวิตของหนูน้อย เมสซี่เร็วยิ่งกว่าฟาส 8 เหมือนจรวดนาซ่า กำลังพุ่งสูงจักรวาล เพราะเพียงเวลาแค่ไม่นานเมสซี่ก็กลายเป็นตัวหลักใน ทีม บี และสร้างผลงานที่น่าทึ่ง

ด้วยการยิง 37 ประตูจากการลงเล่นเพียง 30 ครั้งเท่านั้นฟอร์มในการเตะขนาดนี้ บอกได้เลยว่า แฟรงค์ ไรจ์การ์ด นายใหญ่ของทีมบาร์เซโลน่า ที่เป็นเทพแห่งนักดัน จะไม่เห็นได้อย่างไร ในปลายปี 2004 ถึง 2005

 

ลิโอเนล เมสซิ

 

จากอดีตถึงปัจจุบันกับความซื่อสัตย์ที่มีต่อ บาร์เซโลน่า

แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ได้เปิดทางสว่าง ให้กับเมสซี่หนุ่มน้อยมหัศจรรย์ โดยการให้สัมผัสกับเกมที่จริงจัง และเข้มข้นกว่าเดิม กับทีมชุดใหญ่ ของบาร์เซโลน่า โดยเมสซี่ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ในการเตะเข้าประตูแรก กับการพบกับ อัลบาเซเต้

โดยประตูนั้น เป็นประตูที่สวยที่สุด และมีคนพูดถึงมากที่สุดโดยการ เตะกระดก ข้ามหัวนายทวารหรือผู้รักษาประตู ทำให้เมสซี่ในขนาดนั้นได้รับฉายาว่า เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถยิงประตูให้บาร์เซโลน่า ด้วยวัยเพียง 17 ปี 10 เดือนและอีก 7 วัน

หลังจากพบกับเกมแรก ที่ได้เล่นกับบาซ่า ไปแล้วทำให้เมสซี่ ต้องกลับมาเล่นเป็นหลัก ให้กับ ทีมชาติเยาวชน อาร์เจนตินา โดยหลังให้ปฏิเสธ ในการเล่นทีมชาติสเปน ไปและการแข่งขันฟุตบอลเยาว ชนชิงแชมป์โลก ในประเทศ เนเธอร์แลนด์ เมสซี่สร้างปฏิหารขึ้น

มีการเตะหรือเลี้ยงลูกหนัง ได้อย่างเทพที่ไม่เคย ได้ยินมาก่อน ผู้คนได้เห็นภาพคล้าย และอุทานขึ้นมาว่า นี่มัน ดิเอโก้ มาราโดน่า ชัด ๆ โดยในรายการที่ Messi เล่นนั้นเป็นตัวแทนหลังสำคัญที่สุดของทีม อีกด้วย

เมื่อจบ การเตะฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ บาซ่า ดึงตัวนักเตะมากฝีมือคนนี้ เซ็นสัญญาจนถึงปี 2010 ทันทีโดยเงื่อนไขการดิวคือ หากมีการย้ายทีมค่าตัวของเมสซี่จะสูงถึง 150 ล้านยูโรนั่นมากกว่า โรนัลดินโญ่ นักฟุตบอลหมายเลข 1 ของโลกสมัยปี 2005

โฮเซ่ เปเกร์มัน เทรนเนอร์ทีมอาร์เจนตินาเรียกตัวเมสซี่ให้ติดทีมชาติของ บาร์เซโลน่าในทันที โดยลงเล่นในนัดแรก เตะกับ ทีมฮังการี โดยการประเดิมเกมเป็นเกม ที่เลวร้ายที่เมสซี่จะต้อง จำตราตรึงใจ โดยถูกใบแดง ไล่ออกจากสนามเพียงแค่ 40 วินาทีเท่านั้น

หลังผู้ตัดสินมาพบเห็นเห็นชัดเต็มสองตาว่า Messi อัดข้อศอกใส่ รามอส วานซัส  ที่เจ้าตัวพยายาม จะดึงเสื้อเมสซี่นั่นเอง ทำให้เขานั้นต้องเดินออกจากสนามอย่างทั้งน้ำตา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ใจเขาได้กลับมาเล่นลงในสนามจริงให้กับ ทีมอาร์เจนตินา

ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับ ทีมปารากวัย โดยในวันที่ 3 เดือนกันยายนปี 2005 แม้เขาเองจะเล่นได้เพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้นโดยแพ้ที่สกอร์ 1 ต่อ 0 แต่นัดนี้เป็นนัดใหม่ในการลงครั้งแรกที่เห็นเขาใส่เสื้อสี ฟ้าขาว โดยต่อมาไม่นานนั้นในวันที่ 15 กันยายน 2005

เมสซี่จะได้เป็นพลเมืองของสเปนอย่างเต็มตัว เขาจึงลงเล่นกับบาร์เซโลน่าโดยไม่ต้องขุ่นเคืองใจอีกหลังจากที่เค้าต้องทนรออยู่ข้างสนามเป็นตัวสำรองนับเดือนเพราะว่าทีมบาซ่ามีนักเตะมากมายอยู่นอกโควต้า

ซึ่งมันเกินกำหนดแล้ว Messi ใช้เวลาไม่นานพี่จะกล้ามาเป็นกำลังหลัก Frank rijkaard และได้ทำให้บาซ่าได้แชมป์ Double แชมป์อาทิเช่นนาฬิกาและ UFA Champions League ได้อย่างสมกับที่ช่วยให้เขาพบทางสว่างอย่างภาคภูมิใจ ประวัตินักฟุตบอล

หากต้องการข้อมูลนักฟุตบอล พร้อมข่าวบอล ทุกวันเพียง @LINE : https://line.me/ti/p/~@ufabet168v4