เจอร์ราร์ด

เจอร์ราร์ด ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกัปตันทีมหงษ์แดงคนนี้ Steven Gerrard

เจอร์ราร์ด นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี และกัปตันทีม ผู้สังหารประตู จากระยะไกล เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก กัปตันทีมลิเวอร์พูลผู้นี้ 

เจอร์ราร์ด Steven Gerrard ถือได้ว่าเป็น นักฟุตบอลเยาวชน ของสถานศึกษา ฟุตบอลลิเวอร์พูล  (Liverpool Youth Academy) โดยร่วมเล่นเป็น นักเตะเยาวชน ของชมรม ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยเริ่มแรกเลย เขาเล่นตำแหน่ง กองกลางปีกขวา

รวมทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง ของฤดูกาล 1998-1999 เจอร์ราร์ดได้ลงเล่นชุดใหญ่ ของหงส์แดง เป็นครั้งแรก ในนัดที่เจอกับ กลุ่มเซลต้า บีโก้ ในแอนฟิลด์ โดยจบฤดูกาลนี้ เขาลงเล่นให้ทีม 12 นัด ซึ่งยังคงเป็น ตัวสำรองซะโดยมาก ในช่วงฤดูกาล

1999-2000 เจอร์ราร์ดได้มีโอกาส เล่นชุดใหญ่ ของหงส์แดง อย่างเต็มตัว โดยเขาลงเล่น ให้กับทีม 29 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งเขาเปลี่ยนแปลง มาเล่นบทมิดฟิลด์ ตัวปะทะ ทำให้ได้รับ ใบเหลือง แล้วก็ใบแดง อยู่หลายครั้ง เจอร์ราร์ดถูกเรียกตัว

เจอร์ราร์ด

ติดทีมชาติอังกฤษ เป็นครั้งแรก รวมทั้งมีชื่อ ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดยูโร 2000 แต่ว่าก็ได้มองดู เพื่อนอยู่ที่ม้านั่ง เป็นสำรอง เพียงแค่นั้น ฤดูกาล 2000-2001 เจอร์ราร์ดได้ลงเล่น ในเกมลีก 33 นัด ยิงได้ 7 ประตู https://line.me/ti/p/~@ufabet168v4

และก็ลงเล่น ในเกมยูฟ่าคัพอีก 9 นัดทำได้ 2 ประตูพาทีมลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะ ลีกคัพ, ยูฟ่าคัพ รวมทั้งเอฟเอคัพ ปี 2001-2002 เจอร์ราร์ดลงเล่น ในเกมลีก 28 นัดยิงได้ 3 ประตู แล้วก็ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกอีก 12 นัด ยิงไป 1 ประตู

ขาได้รับรางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม แห่งปีอีกด้วย (Young Player of the Year award) เจอร์ราร์ดถูกเรียกตัว ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดฝ่าศึกบอลโลก ที่เจอประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น แต่ว่าเขาเกิด มีอาการเจ็บ ทำให้ไม่สามารถ

ที่จะเดินทางร่วมกลุ่ม ไปแข่งบอลโลกได้ ในฤดูกาลที่ 2002-2003 เจอร์ราร์ดลงเล่น ในเกมลีก 34 นัด ยิงได้ 5 ประตู และก็เล่นเกมยุโรปอีก 11 นัด รวมทั้งพาทีม ครองแชมป์ลีกคัพ โดยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ต่อสู้ตลอดกาล

ในช่วงฤดูกาล 2003-2004 เจอร์ราร์ดลงเล่น ในเกมลีก 34 นัดหมาย ยิงไป 4 ประตู และก็ลงเล่น ในเกมยูฟ่าคัพ 8 นัด ยิงได้ 2 ประตู เจอร์ราร์ดถูกเรียก ติดทีมชาติอังกฤษชุด ลุยศึกยูโร 2004 ที่ประเทศโปรตุเกส โดยพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

เบ็คแฮม

เจอร์ราร์ด สตีเว่นเจอร์ราร์ด เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม มีความเป็นผู้นำสูง สามารถยิงลูกที่มี ความเฉียบคมและรวดเร็ว นักปั่นฟรีคิ๊กตัวยง ประจำทีมหงา์แดง

ก่อนแพ้ให้กับ ประเทศโปรตุเกส เจ้าภาพ แล้วก็ในช่วงฤดูกาลนี้ เจอร์ราร์ดถูกแต่งตั้ง ให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ ของหงส์แดง แทนที่ของซามี่ ฮูเปีย ปี2004-2005 เขาลงเล่นในเกมลีก 30 นัดทำได้ 7 ประตู รวมทั้งพาทีม ลิเวอร์พูล เบ็คแฮม

เข้าชิงลีกคัพ กับเชลซี แต่ว่าแพ้ไป 3-2 โดยเขายิง เข้าประตูตัวเอง ซึ่งเป็นประตูตีเสมอ 1-1 อีกด้วย แต่ว่าก็สามารถ พาทีมคว้าถ้วย ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ด้วยการเอาชนะ ทีมเอซีมิลาน จากการดวลลูกโทษ ซึ่งในช่วงครึ่งแรก ทีมเอซีมิลานนำอยู่ 3-0

และคาดว่าจะพลาด ถ้วยแชมป์เปี้ยนลีก แต่ความที่ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทำให้หงส์แดง กลับมาตีเสมอ 3-3 รวมทั้งในช่วงฤดูกาล 2005-2006 ทำแต้มตีเสมอ Westham United 2-2 ในรอบชิงแชมป์ English FA CUP ส่งผลให้หงส์แดง ได้แชมป์ได้

ในท้ายที่สุด ประตูจากการ ยิงไกลระยะ 35 หลานี้ เป็นหนึ่งในประตู เหมาะสมที่สุด ของรอบชิงแชมป์ตลอดไป แล้วก็ทำให้สตีเฟน เจอร์ราร์ดเป็นนักฟุตบอล เพียงผู้เดียว ที่ทำคะแนน ในรอบชิงแชมป์ฟุตบอล ได้ถ้วย 4 รายการใหญ่ League Cup

กับแมนฯยู,ยูฟ่าคัพ กับอลาเบส รวมทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับเอซีมิลาน ในช่วงฤดูกาล 2006-2007 แม้ว่าจะช่วยทำให้ หงส์แดงเอาชนะ ทีมเชลซีได้ ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ได้แล้วก็เข้าชิงกับ เอซีมิลานอีกรอบ แต่ว่าก็ต้องแพ้ไป

2-1 สำหรับถ้วยในประเทศ ก็มีเพียงแค่ แชร์ริตี้ชีลด์ กับเชลซีแค่นั้น เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์นี้ ทางเว็บไซต์ อย่างเป็นทางการของ: “สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลสามารถ ยืนยันว่า สตีเว่นเจอร์ราร์ด

จะออกจากสโมสร เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2557-2558 กัปตันทีมหงษ์แดง ที่อยู่มานานเกือบ 17 ปี และได้ถ้วยรางวัลรวม 10 ถ้วยรางวัล เช่นเดียวกับ การทำประตูที่เกิดขึ้น 695-180 ประตูจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่เข้าร่วม ทีมเยาวชน ของสโมสร ตั้งแต่อายุ

แปดขวบ ” น่าเศร้าที่ฤดูกาล 2014/15 ไม่ได้จบลงไป บนจุดสูงสุด ที่ผู้สร้างแรงบันดาลใจ ของสโมสรมานานกว่า ทศวรรษที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ ในรอบรองชนะเลิศ ของการแข่งขันฟุตบอล ในประเทศทั้งคู่ ด้วยความพ่ายแพ้ ในรอบรองชนะเลิศ

ในเอฟเอคัพ โดยปฏิเสธว่า เจอร์ราร์ดมีโอกาสเล่น ในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ในวันเกิดครบรอบ 35 ปีของเขา อย่างไรก็ตาม เขาผ่านการ ปรากฏตัวครั้งแรก ของทีมสี่สิบครั้ง เป็นครั้งที่ 12 ในอาชีพการเล่น ให้กับลิเวอร์พูลของเขา และทำให้มีการ

ปรากฏตัวในพรีเมียร์ลีก ถึงห้าร้อยครั้ง และการแข่งขันทั้งหมด เจ็ดร้อยครั้ง ทำประตูไปถึง หนึ่งร้อยแปดสิบหกประตู ในขณะที่เขาย้ายผ่าน Robbie Fowler เป็นสถานที่ ที่ห้าในรายการ ตลอดเวลา ที่อยู่กับสโมสร Steven Gerrard เข้าร่วมกับ

Los Angeles Galaxy ใน MLS เนื่องจากสัญญาของเขา หมดอายุในช่วงฤดูร้อนปี 2558 ในเกม MLS เกมแรกของเขา เขาอยู่ในเป้าหมาย และยังสร้างประตู ให้กับเพื่อนเก่า Red Robbie Keane ด้วยการชนะ 5-2 ใน San Jose Earthquakes 

เขาจบฤดูกาลด้วย สองประตูจากสิบสามเกม จากนั้นประกาศ ในช่วงต้นฤดูกาลปี 2559 ว่าเขาจะไม่ ขยายสัญญาออกไปอีก โดยอ้างระยะทาง สำหรับเกมเยือน ที่เป็นปัญหา เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง เขาก็เชื่อมโยง กับการย้ายไป Melbourne Victory

แต่แทนที่จะขยายเวลาเวลา ในอาชีพการเล่นของเขา เขาประกาศการตัดสินใจ ของเขาในวันที่ 24 พฤศจิกายน เจอร์ราร์ดกลับมาที่ ลิเวอร์พูล ในฐานะโค้ชของทีม ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ออกเดินทาง ในเดือนพฤษภาคม 2561 เพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารคนแรก กับกลาสโกว์เรนเจอร์ส